รู้ไหมว่าทำแค่นี้ก็ยืดอายุการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้แล้ว

          ในปัจจุบันนี้อาจพูดได้ว่าคอมพิวเตอร์มีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำงาน สถานประกอบการณ์หรือบริษัทห้างร้านต่างๆ ต่างก็ต้องมีคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานอย่างน้อยก็ หนึ่งเครื่อง ทั้งในบ้านพักอาศัยเอง หลายหลังคาเรือนก็มีคอมพิวเตอร์เอาไว้ใช้งานหรือเอาไว้ให้ลูกๆสำหรับศึกษาหาข้อมูลการทำรายงาน เมื่อมีคอมพิวเตอร์ผู้ใช้งานควรทราบวิธีการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์พื้นฐานอย่างถูกวิธี เพื่อให้สามารถใช้งานได้นานๆ เมื่อมีการอาการเสียหายเองเล็กน้อยสามารถดูแลซ่อมแซมได้เบื้องต้นเองก่อนที่จะไปตามช่างมาซ่อมทำให้มีค่าใช้จ่าย การดูแลคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ไม่ลดลงตามอายุการใช้งาน

ดังนั้นวันนี้จึงมีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับการดูแลรักษาให้คอมพิวเตอร์ของคุณ มีอายุการใช้งานได้นานๆ เพียงแค่การดูแลอย่างถูกวิธีเท่านั้นเอง

          คุณรู้หรือไม่ว่าการดูแลคอมพิวเตอร์ควรจะดูแลตั้งแต่ในส่วนของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ก่อนเป็นดับแรก แล้วค่อยดูแลอุปกรณ์ในส่วนของซอฟต์แวร์ สำหรับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์นั้นได้แก่ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ เม้าส์ คีย์บอร์ด   ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ เป็นชิ้นที่เป็นรูปร่างของคอมพิวเตอร์ที่เราจับต้องได้

ดังนั้นการดูรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เช่น 

  1. การเลือกวางคอมพิวเตอร์ว่าจะวางไว้ตรงจุดไหนก็สำคัญมาก เพราะหากวางตรงตำแหน่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ร้อนจนเกินไปจะทำให้คอมพิวเตอร์ของเราเสียได้ ดังนั้นเราจึงต้องวางคอมฯให้ห่างจากกำแพงอย่างน้อย 1 ฟุตเพื่อที่จะได้มีช่องไว้ให้ระบายความร้อนได้ และควรวางคอมฯไว้ในห้องแอร์จะดีที่สุด 
  2. การทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น หากเราปล่อยให้คอมพิวเตอร์ของเรามีฝุ่นจับ สกปรกจะทำให้อุปกรณ์บางชนิดใช้งานไม่ได้ รวมถึงการทำความสะอาดอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ เม้าส์ หรือแป้นพิมพ์ ควรใช้ผ้าแห้งเช็คทำความสะอาดไม่ควรใช้น้ำยาหรือผ้าชุบน้ำเปียกมาเช็ดเพราะจะทำให้น้ำเข้าไปในอุปกรณ์แล้วทำให้เสียหายได้  แต่ถ้าหากสกปรกมากสามารถใช้น้ำยาสำเร็จเช็ดทำความสะอาดคอมพิวเตอร์โดยตรงมาทำความสะอาดได้

   การดูแลคอมพิวเตอร์ในส่วนที่เป็นซอฟต์แวร์ คือการดูแลจัดการโปรแกรมในเครื่องหรือ application ในตัวเครื่องนั้นเอง ซึ่งการดูแลในส่วนของซอฟต์แวร์นั้นจะช่วยให้ข้อมูลของคุณเป็นระเบียบ การทำงานของระบบภายในเครื่องจะ ทำให้สามารถใช้งานต่อไปได้นานๆ วิธีการดูแลคือ

  1. ควรจัดหมวดหมู่ไฟล์ต่างๆให้เป็นระเบียบเพื่อให้สามารถใช้งานค้นหาข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วและไม่เป็นการทำให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไป
  2. ในการจัดเก็บข้อมูลนั้นหากไม่ได้ใช้งานแล้วควรมีการลบออก เพราะหากเครื่องมีการเก็บข้อมูลไว้มากจะทำให้เครื่องมีการประมวลผลช้า และต้องหาข้อมูลนาน ที่สำคัญถ้าข้อมูลเก็บไว้เยอะนอกจากจะหานานแล้ว อาจหาไม่เจออีกด้วย 
  3. สำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์แล้วเครื่องคอมฯควรมีการลงโปรแกรมเอาไว้สำหรับจัดการไวรัส จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ไม่เสียหายเร็ว

   นี่เป็นวิธีการดูแลคอมพิวเตอร์เบื้องที่เราสามารถทำได้เองเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานคอมฯของเราให้ใช้ได้นานๆ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์

Domain functional Level หมายถึง การกำหนดระบบปฏิบัติการบนเซิร์ฟเวอร์ DC ทุกเครื่องในระดับ Active Directory Domain ให้ใช้งานระบบปฏิบัติการไม่ต่ำกว่าที่ได้กำหนดไว้ใน Domain functional Level

หมายความว่า หลังจากที่เราได้ติดตั้งเครื่อง DC (Domain Controller) เรียบร้อยแล้ว Feature การใช้งานต่างๆ สามารถรองรับการทำงานของ Windows Server เวอร์ชันใดบ้าง เช่น ถ้าเลือก Forest Functional Level เป็น Windows Server 2003 จะทำให้ Windows Server 2000 ที่เป็น DC อยู่ในฟอเรสต์นี้ สามารถใช้งานบาง Feature และทำงานร่วมกันได้ แต่ถ้าหากเลือก Functional Level เป็น Windows Server 2008 จะสามารถทำงานร่วมกับ Windows Server 2003 ที่เป็น DC อยู่ในฟอเรสต์ได้ แต่ไม่สามารถทำงานร่วมกับ Windows Server 2000 ได้ สรุปคือ หากเลือก Forest Functional Level เป็นแบบใด จะสามารถทำงานรองรับกับ Windows Server เวอร์ชันที่ต่ำกว่านี้ได้เพียง 1 เวอร์ชัน

 

ตรวจสอบ Primary Domain Controller

ที่หน้าต่าง Server Manager โดยเลือกแท็บ Local Server ในกรอบ Properties จะเห็นชื่อโดเมนเป็น siam2019.com ให้คลิกที่ลิงก์ชื่อโดเมนนั้น จะแสดงหน้าจอ System Properties ที่แท็บ Computer Name แสดงรายละเอียดชื่อเครื่องและโดเมนให้ทราบ เช่น Capricorn.siam2019.com

ตรวจสอบ Event Viewer

เราสามารถตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะติดตั้ง Active Directory ได้ว่ามีข้อผิดพลาดอะไรหรือไม่ ในหน้าต่าง Server Manager เลือกเมนู Tool>Event Viewer จะปรากฏหน้าต่างของ Event Viewer ที่ด้านซ้ายมือจะมีไอเท็มของ Server Role ให้ดับเบิลคลิกเหตุการณ์ในกรอบด้านขวาเพื่อแสดงรายละเอียด

รู้จักกับ Global Catalog

Windows Server ได้กำหนดให้โดเมนคอนโทรลเลอร์ (DC) เครื่องแรกที่ติดตั้งในฟอเรสต์นั้น เป็น Global Catalog Server และผู้ดูแลระบบสามารถจะติดตั้งโดเมนคอนโทรลเลอร์เครื่องอื่นให้เป็น Global Catalog Server เพื่อช่วยงานเครื่องแรกได้

Active Directory ได้ออกแบบให้ Global Catalog เป็นที่รวบรวมค่าแอตทริบิวต์ (Attribute) ของแต่ละออบเจ็กต์ที่มีการเรียกใช้งานถี่มาก เช่น แอตทริบิวต์ชื่อ นามสกุล เพศ อาชีพ ยูสเซอร์ ล็อกออน ชื่อเครื่องพิมพ์ ฯลฯ

โดยในแต่ละฟอเรสต์จะต้องมี Global Catalog Server อย่างน้อย 1 เครื่อง Global Catalog จึงเป็นเสมือนดัชนี (index) ที่ให้บริการแก่ยูสเซอร์ในการค้นหาออบเจ็กต์ต่างๆ ภายในโดเมนได้อย่างรวดเร็ว เครื่องโดเมนคอนโทรลเลอร์อื่นที่อยู่ในฟอเรสต์เดียวกันจะต้องส่งค่าแอตทริบิวต์ของออบเจ็กต์ที่ใช้งานถี่ไปให้เครื่อง Global Catalog Server เก็บค้นการายชื่อเครื่องพิมพ์สีบนโดเมนของตนว่ามีอยู่กี่เครื่องและมีความสามารถในการพิมพ์สองหน้าด้วยหรือไม่? คอมพิวเตอร์ที่เป็นไคลเอนต์จะเข้าไปค้นหาออบเจ็กต์นั้นในเครื่อง Global Catalog Server เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น

Active Directory Domain Services

Active Directory

เป็นเครื่องมือที่ติดมากับ Windows Server มีหน้าที่จัดการทรัพยากรในระบบจากจุดศูนย์กลาง องค์กรหรือหน่วยงานที่มียูสเซอร์จำนวนมากต้องใช้ Active Directory ทำงานเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายในอดีต Windows Server 2000 / 2003 จะเรียกว่า Active Directory (AD) ตั้งแต่ Windows Server 2008 จะเรียกว่า Active Directory Domain Services (AD DS) ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการพิสูจน์ตัวตน (Authentication & Authorization) และการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ บน Active Directory ซึ่งก็คือการ Identity and Access เป็นหลัก Active Directory ของ Windows Server 2012 / 2012 R2 มีบริการหลายแบบด้วยกัน คือ

 

Active Directory Domain Service (AD DS) เป็นระบบฐานข้อมูลอเนกประสงค์จะจัดเก็บรายชื่อยูสเซอร์

(Username+Password), รายชื่อทรัพยากรต่างๆ (Computer-Printer), คุณสมบัติ (Attributes) ของออบเจ็กต์ และรายชื่อ Share Folder เอาไว้ในฐานข้อมูลส่วนกลาง (Active Directory Database)

 

Active Directory Certificate Services (AD CS)

เป็นบริการที่เกี่ยวกับการออกกุญแจ (Key) ซึ่งมีวิธีการทำงานในรูปแบบ Public Key Infrastructure (PKI) มีหน้าที่ในการออก Digital Certificate ให้ยูสเซอร์เพื่อนำไปแสดงความมีตัวตนเหรือพิสูจน์ตนเอง เพื่อความปลอดภัยในการรับ-ส่งข้อมูล AD CS จึงเป็นเสมือน Certificate Server ที่เป็น Private ใช้งานภายในองค์กร สามารถจะเข้ารหัสลับใบ Certificate สำหรับส่งข้อมูล

 

Active Directory Lightweight Directory Services (AD LDS)

สนับสนุนการทำงานสำหรับแอพพลิเคชันที่เป็น Directory-enabled โดยไม่ต้องขึ้นกับ AD DS และยังสามารถรันบนเซิร์ฟเวอร์สมาชิก หรือบนเซิร์ฟเวอร์เดียวได้ นอกจากนี้ยังสามารถเรียกใช้หลายอินสแตนซ์ของ (AD LDS) แต่ละตัว พร้อมด้วยการจัดการอย่างเป็นอิสระที่มีสกีมาไว้ในเซิร์ฟเวอร์เดียว

 

Active Directory Rights Management Services (AD RMS)

เป็นเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยซึ่งจะมีการเข้ารหัส การออกใบรับรอง และการพิสูจน์สิทธิ์ AD RMS จึงเป็นตัวช่วยจัดการวางแผนเพื่อควบคุม การเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ภายในองค์กร AD RMS ออกแบบมาเพื่อป้องกันข้อมูลของ Exchange Server และ Sharepoint รั่วไหล

 

Active Directory Federation Services (AD FS)

เป็นบริการที่รักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัว การลงชื่อเข้าเว็บในครั้งเดียว (Web single sign-on : SSO) และช่วยให้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงแอพพลิเคชันภายในองค์กร (ที่รักษาความปลอดภัยด้วย AD FS), ในองค์กรภายนอก หรือในคลาวด์

การแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

ไฟล์ข้อมูล และรีจิสตรี้ไม่ได้ถูกจัดเรียงสำหรับรีจิสตรี้ ก็คือฐานข้อมูลที่ใช้เก็บโครงสร้างเกี่ยวกับค่าต่างๆที่สำคัญของคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของวินโดวส์ ไดรเวอร์ และโปรแกรมเพราะการปรับแต่งค่าต่างๆ ในส่วนใดก็ตาม ซึ่งค่าต่างๆในฐานข้อมูลของรีจิสตรี้ก็จะถูกปรับแต่งตามไปด้วย

ดังนั้นข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในรีจิสตรี้ก็เหมือนกับไฟล์ข้อมูลที่ถูกเก็บบนฮาร์ดดิสก์เพราะนัยสำคัญเมื่อไรที่คุณลบไฟล์ข้อมูลหรือถอนการติดตั้งโปรแกรมออกจากคอมพิวเตอร์พื้นที่ในส่วนนั้นก็จะเกิดเป็นพื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์และรีจิสตรี้ไม่มีความต่อเนื่อกระจัดกระจาย ส่งผลให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงนั่นเอง

เพราะฉะนั้นการจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ และรีจิสตรี้สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ไฟล์ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เกิดความเสียหาย

การติดตั้งโปรแกรมที่เป็นเวอร์ชั่นทดลอง (Demo version)

เป็นโปรแกรมที่ยังไม่สมบูรณ์ ยังเป็นเวอร์ชั่นที่รอการพัฒนาและยังมีข้อผิดพลาดในระบบอยู่ หรือบั๊กในการใช้งาน,การถอนการติดตั้งโปรแกรมออกจากคอมพิวเตอร์อย่างไม่ถูกวิธี, การ shutdownหรือปิดคอมพิวเตอร์ไม่ถูกขั้นตอน, การปรับแต่งรีจิสตรี้แบบไม่ถูกหลัก,คอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์ ไวรัส และอื่นๆ

ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุทำให้ไฟล์วินโดวส์เกิดความเสียหาย (CorruptFiles) ส่งผลให้วินโดวส์พังและคอมพิวเตอร์ไม่สามรถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่นมีไดอะล็อกบ็อกซ์แสดงข้อความแปลกๆ, ฟีเจอร์บางฟีเจอร์ไม่ทำงาน,
หน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นบลูสกรีน, บูตเข้าวินโดวส์ไม่ได้ และอื่นๆ เป็นต้น

ซึ่งผลสุดท้ายคอมพิวเตอร์ก็พังดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องลดกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกต้องดังที่กล่าวมาข้างต้น พร้อมทั้งตรวจเช็ก ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ให้ดีอยู่เสมอเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาเหล่านี้

การซ่อมแซมวินโดวส์ด้วย Windows Repair

สำหรับเครื่องมือ Windows Repair จะช่วยตรวจเช็กและซ่อมแซมหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับวินโดวส์ ถ้าหาก Windows Repair
เจอไฟล์วินโดวส์ที่เกิดความเสียหาย หรือเออเรอร์ (Error) จากนั้น Windows Repairก็จะทำการซ่อมแซมไฟล์วินโดวส์ด้วยวิธีการต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าหากไฟล์วินโดวส์บางไฟล์ไม่สามารถซ่อมแซมได้ Windows Repairก็จะทำการทดแทนไฟล์ใหม่ (Replacing) เป็นต้นเพียงเท่านี้วินโดวส์ก็สามารถกลับมาทำงานได้เป็นปกติแล้ว